 รายละเอียดของกิจกรรมหางานนั้น โดยพื้นฐานก็จะเหมือนกับชาวญี่ปุ่น เริ่มจากค้นหาธุรกิจ・วงการที่อยากเข้าทำงานด้วยวิธีการต่างๆ แล้วติดต่อไปยังบริษัทที่สนใจ หัวข้อที่จะกล่าวต่อไปนี้ ควรเริ่มต้นอย่างน้อยตั้งแต่ 1 ปี ก่อนจบการศึกษา
|
 ควรรวบรวมข้อมูลของบริษัทที่สามารถว่าจ้างนักเรียนชาวต่างชาติที่จบจากโรงเรียนศึกษาเฉพาะด้าน หรือข้อมูลของบริษัทที่ตนสนใจ แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์จุดเด่น อนาคต โดยแยกเป็นแห่งๆ ไป ซึ่งข้อมูลบริษัทที่รวบรวมได้นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งในการค้นหาแรงจูงใจและความต้องการของเรา ตลอดจนช่วยในการประเมินหาบริษัทที่เหมาะกับตัวเองด้วย ใช้อินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการหางาน โดยเข้าไปสู่โฮมเพจของบริษัท เพื่อค้นหาข้อมูลประกาศรับสมัครงาน หรือความต้องการบุคลากรของบริษัทนั้น ซึ่งข้อมูลอาจมีการ Update ได้ จึงควรเข้าไปตรวจสอบโฮมเพจของบริษัทที่สนใจอยู่เสมอ กรณีร้องขอเอกสารหรือสอบถามข้อมูลทางอีเมล ไม่ควรใช้อีเมลสำหรับติดต่อกับเพื่อนฝูง ควรสร้างอีเมลไว้ใช้สำหรับติดต่อธุรกิจที่สามารถเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ ติดต่อทางโทรศัพท์ การร้องขอข้อมูลไปยังบริษัท หากไม่ได้ระบุช่องทางใดเป็นพิเศษ ควรติดต่อทางโทรศัพท์ การติดต่อทางโทรศัพท์ควรหลีกเลี่ยงเวลาเพิ่งเริ่มงานและก่อนเวลาเลิกงาน และเวลาอาหารกลางวัน (ประมาณ 12:00-13:00 น.) ค้นหาจากหนังสือ・หนังสือพิมพ์・นิตยสาร ในการค้นหาธุรกิจ・วงการที่สนใจ ต้องดูตามนิตยสารข้อมูลสมัครงาน นิตยสารเฉพาะทางของวงการนั้นๆ และหนังสือพิมพ์ด้วย ในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานอาจมีคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย จึงควรตรวจสอบหัวข้อข่าวในหนังสือพิมพ์ทุกๆ วัน
|
 ควรแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างเพื่อนที่สถาบันเดียวกันหรือรุ่นพี่ที่มาจากประเทศเดียวกัน การไปเยี่ยม OB/OG นั้น เป็นขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการรู้เรื่องราวที่ทางบริษัทไม่ได้เขียนแนะนำไว้ ก่อนเข้าเยี่ยมควรติดต่อไปทางจดหมายหรือโทรศัพท์ก่อน เพื่อถามกำหนดการของอีกฝ่ายแล้วนัดหมายล่วงหน้า การติดต่อทางโทรศัพท์ ก็ควรระมัดระวังเรื่องช่วงเวลาและการใช้คำพูดเช่นเดียวกับการร้องขอเอกสาร เวลาเข้าพบควรแต่งกายด้วยชุดสูท และออกเดินทางโดยเผื่อเวลารถไฟอาจล่าช้าด้วย นอกจากนี้อาจมีบริษัทที่ขอให้ส่งเอกสารที่จำเป็นในตอนไปเข้าพบ ควรสอบถามไว้ล่วงหน้าให้เรียบร้อย ► การเข้าพบรุ่นพี่ เหตุจูงใจที่อยากเข้าทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น การหางาน・ข้อควรระวัง สิ่งที่จะถูกถามตอนสัมภาษณ์ เหตุการณ์ปัจจุบัน เรื่องที่กังวลเมื่อได้เข้าทำงานเป็นต้น
|
 ควรเข้าร่วมฟังการบรรยายของบริษัท หรือสัมมนาเกี่ยวกับการหางานอย่างกระตือรือร้น จะทำให้เรามีโอกาสพบบริษัทหลากหลาย รู้ว่าองค์กรต้องการบุคคลากรเช่นไร และยังมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้รับผิดชอบโดยตรงอีกด้วย จึงควรหมั่นตรวจสอบข้อมูลอีเวนท์・การจัดบรรยายของบริษัท ตามเว็บไซต์หางานหรือเว็บไซต์บริษัทที่สนใจอยู่เสมอ การแต่งกายควรเป็นชุดสูท และควรเตรียม Resume ไว้หลายๆ ชุดเผื่อบริษัทร้องขอ
|
 ในการสมัครงาน จะต้องเขียนใบ Resume และ Entry Sheet เพราะไม่ว่าใครก็มีความรู้สึกที่อยากจะทำงาน รู้สึกอยากให้คนอื่นมองว่าดี แต่ห้ามเขียนข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง กรณีที่ไม่ได้มีการกำหนดรูปแบบของใบ Resume เป็นพิเศษ ควรใช้รูปแบบที่มีวางขายตามท้องตลาดในประเทศญี่ปุ่น ส่วน Entry Sheet เป็นเอกสารการสมัครที่ทางแต่ละบริษัทกำหนดมา เป็นเอกสารที่ใช้ในการสมัครงานที่เพิ่มคำถามในการสอบข้อเขียนอย่างง่ายๆ ลงไปนอกเหนือจาก Resume และเอกสารแนะนำตนเอง ใบ Resume ใบ Resume เป็นเครื่องมือแรกในการแสดงความน่าสนใจของตัวเรา และเป็นขั้นตอนแรกสุดที่ผู้รับผิดชอบฝ่ายบุคคลของบริษัทจะใช้คัดเลือกตัวบุคคล ช่วงเวลาในการรับสมัครของทางบริษัทนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงใกล้ๆ กัน ควรเตรียมใบ Resume ไว้หลายๆ ชุดเพื่อความสะดวก
► ข้อควรระวังในการเขียน
- ควรเขียนด้วยลายมือ ระวังอย่าให้มีการสะกดผิด・ตกหล่น เขียนให้เรียบร้อยอ่านง่ายสบายตา
- รูปถ่ายที่ใช้ติดลงในใบ Resume ควรเป็นรูปที่แต่งกายด้วยชุดสูท
- ประวัติการศึกษา ควรเขียนตั้งแต่ตอนที่จบการศึกษาภาคบังคับ ส่วนโรงเรียนศึกษาเฉพาะด้านต้องระบุคณะหรือสาขาที่จบมาด้วย
- กรณีที่มีประสบการณ์ในการทำงาน ให้ระบุชื่อบริษัท・แผนก・ระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน เนื้อหาของงานที่เป็นรูปธรรม
- คุณวุฒิหรือใบอนุญาตที่มี ให้เขียนเรียงตามลำดับเวลาที่ได้รับ จะเขียนสิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานลงไปด้วยก็ได้ แต่ทว่าควรจำกัดเฉพาะคุณสมบัติในทางสากลหรือของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
- ประเภทงานที่เราคาดหวังหรือมีความต้องการ ควรเขียนแสดงออกอย่างกระตือรือร้น
- ก่อนส่งให้กับทางบริษัท ต้องส่งอาจารย์ตรวจทานก่อนทุกครั้ง
- ใบ Resume ทีเสร็จแล้ว ให้ใส่ซองจดหมาย แล้วเขียนว่า “ซองเก็บใบ Resume”
Entry Sheet ถูกใช้เป็นปราการด่านสำคัญในการจ้างงานแทนใบ Resume กันมากขึ้น Entry Sheet ของแต่ละบริษัท สามารถขอได้จากทางโฮมเพจของบริษัท โทรศัพท์ หรืออีเมล
► ข้อควรระวัง
- ส่งให้ตรงตามกำหนดเวลา
- เขียนให้สะอาดเรียบร้อย เช่นเดียวกับใบ Resume
- จะถูกประเมินความสามารถในการเขียนด้วย จึงควรเขียนคำตอบให้กระชับ ตรงประเด็นกับคำถาม
|
 นอกเหนือจากการสอบสัมภาษณ์หรือการทดสอบความสามารถทางการศึกษาแล้ว ยังมีบริษัทที่ทดสอบความถนัดหรือวินิจฉัยบุคลิกภาพด้วย รูปแบบของการสัมภาษณ์อาจเป็นแบบตัวต่อตัวหรือแบบกลุ่มก็ได้ ไม่ใช่เพียงแค่การสัมภาษณ์ครั้งเดียวแล้วตัดสินใจจ้างงาน แต่ยิ่งจำนวนครั้งในการสัมภาษณ์เพิ่มมากเท่าไร เนื้อหาก็จะยิ่งทวีความยากมากขึ้นเท่านั้น อาจมีบางกรณีที่จะถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับใบ Resume・Entry Sheet ด้วย จะต้องจำให้ได้ว่าเราได้เขียนอะไรลงไปบ้าง
► คำถามที่ถูกถามบ่อยในการสัมภาษณ์
- เหตุผลที่มาเรียนต่อประเทศญี่ปุ่น
- เหตุผลที่อยากทำงานกับองค์กรญี่ปุ่น
- เหตุผลที่เลือกบริษัทนี้ (แรงจูงใจ)
- อยากทำงานแบบไหน
- ระยะเวลาที่อยากจะทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น หรือต้องการไปรับหน้าที่ที่สาขาในท้องถิ่น, ความคาดหวังในอนาคต
- วิชาเอก・สาขาที่เรียนในโรงเรียนเฉพาะทาง
- ขอให้เล่าประสบการณ์การทำงานในอดีต สำหรับประเทศที่มีการเข้าประจำการเป็นทหาร ให้บอกระยะเวลาด้วย
- ภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษอยู่ในระดับไหน
- ข่าวที่สนใจในช่วงนี้คืออะไร
- งานอดิเรกคืออะไร
- กรุณาประชาสัมพันธ์ตนเอง
อาจมีอาการตื่นเต้นประหม่า แต่ถึงแม้จะพูดภาษาญี่ปุ่นผิดไปบ้างก็ให้ยิ้มแย้มไว้เสมอ และตอบคำถามโดยสบตาผู้ตั้งคำถามด้วย
|
 หลังจากทดสอบเพื่อคัดเลือกเข้าทำงานและสอบสัมภาษณ์แล้ว จะต้องรอคำตอบว่าจะได้งานหรือไม่ ระยะเวลาในการแจ้งให้ทราบ อาจขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท แต่ก็มีบริษัทที่บอกกำหนดการแจ้งให้ทราบในวันสัมภาษณ์ด้วย หากได้รับการยื่นข้อเสนอจากบริษัท จะต้องให้คำตอบต่อข้อเสนอนั้นด้วย เมื่อได้รับข้อเสนอ ก่อนตอบควรถามเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน เรื่องที่กังวล การจัดการหลังเข้าทำงานให้ชัดเจนอีกครั้ง หากยังไม่สะดวกในการเข้าทำงานต้องรีบแจ้งบริษัทโดยทันที กรณีปฏิเสธข้อเสนอ ให้ติดต่อทางโทรศัพท์ และควรเขียนเป็นจดหมายตอบปฏิเสธด้วย ไม่ใช่ว่าต่อไปนี้เราคงไม่ข้องเกี่ยวกัน แต่ควรแสดงถึงความขอบคุณที่บริษัทนั้นได้ให้โอกาสเราด้วย |